🏰 ความลับที่ตระกูลใหญ่ไม่เคยบอก: ทำไมพวกเขาซื้อประกันให้ "หลาน" ด้วย — หลังคุ้มครองตัวเองแล้ว
ตอนที่ 2: Dynasty Strategy — สร้างมรดก 100 ล้านบาทที่ส่งต่อได้ถึง 4 รุ่น
📬 ย้อนกลับไปอ่านตอนที่ 1: มรดก 200 ล้านที่ถูกแช่แข็ง (The Problem)
📬 กลับมาที่คำสัญญา
ในบทความก่อน ผม (เนิร์ดกับนาถ) สัญญาว่าจะเปิดเผยเคล็ดลับที่ตระกูลใหญ่ใช้:
ทำไมซื้อให้หลานอายุ 5 ปี ถึงถูกกว่าซื้อให้ตัวเองถึง 2.2 เท่า — และสร้างหลักประกันที่ดูแลครอบครัวได้ยาวนานถึง 79 ปี
วันนี้ถึงเวลาแล้วครับ
แต่ก่อนอื่น ผมต้องย้ำสิ่งสำคัญที่สุด:
ถ้าคุณยังไม่มีความคุ้มครองตัวเอง — หยุดอ่านตรงนี้
กลับไปอ่านบทความแรก "จดหมายที่เจ้าของกิจการทุกคนกลัวที่สุด" ก่อน เพราะ "Dynasty" ไม่มีความหมาย ถ้า "King" ยังไม่ปลอดภัย
ผม (เนิร์ดกับนาถ) เข้าใจดีครับว่า การวางแผนข้ามรุ่นฟังดูน่าตื่นเต้น แต่มันคือ ขั้นที่ 2 หรือ 3 ไม่ใช่ขั้นแรก
ลำดับที่ถูกต้องคือ:
- ขั้นที่ 1: คุณ (ปู่/ย่า) ต้องมีความคุ้มครองก่อน
- ขั้นที่ 2: ลูก (พ่อ/แม่ของหลาน) ควรมีความคุ้มครองด้วย
- ขั้นที่ 3: Dynasty Strategy — ซื้อประกันให้หลาน
ถ้าคุณผ่านขั้นที่ 1-2 แล้ว — เชิญอ่านต่อครับ
💰 ทำไม "อายุ" ถึงสำคัญกว่า "เงิน"
คนส่วนใหญ่คิดว่าประกันชีวิตวงเงินสูง "ถูกหรือแพง" ขึ้นอยู่กับว่าคุณต่อรองเก่งแค่ไหน หรือรู้จักคนในวงการ
ความจริงคือ: ราคาประกันชีวิตถูกกำหนดโดย อายุ และ สุขภาพ ของผู้เอาประกัน — ไม่ใช่ทักษะการเจรจา
ลองดูตัวเลขนี้ครับ:
📊 เปรียบเทียบเบี้ยประกัน: ทุน 100 ล้านบาท
| ผู้เอาประกัน | อายุ | เบี้ยต่อปี (โดยประมาณ) | รวม 20 ปี | เทียบกับหลาน |
|---|---|---|---|---|
| หลาน | 5 ปี | ~1.15 ล้านบาท | ~23 ล้านบาท | 1.0x (Baseline) |
| ลูก | 25 ปี | ~1.8 ล้านบาท | ~36 ล้านบาท | 1.57x |
| คุณ | 40 ปี | ~2.58 ล้านบาท | ~51.6 ล้านบาท | 2.24x |
| คุณ | 50 ปี | ~3.5 ล้านบาท | ~70 ล้านบาท | 3.04x |
| คุณ | 60 ปี | ~5.2 ล้านบาท | ~104 ล้านบาท | 4.52x |
หมายเหตุ: ตัวเลขเป็นประมาณการเพื่อการเปรียบเทียบ อัตราจริงขึ้นอยู่กับบริษัท เพศ สุขภาพ และเงื่อนไขของแต่ละกรมธรรม์
อ่านตารางนี้ให้ดี:
ทุนประกัน 100 ล้านบาทเท่ากัน — แต่ถ้าซื้อให้หลานอายุ 5 ปี จะ ถูกกว่า ซื้อให้ตัวเองอายุ 40 ปี ถึง 2.2 เท่า
และถ้าคุณรออีก 20 ปี (อายุ 60) จะแพงขึ้นเป็น 4.5 เท่า — ถ้ายังผ่านการพิจารณารับประกัน (Underwriting) ได้
หลักการนี้เหมือนซื้อคอนโดติดรถไฟฟ้า:
ยิ่งซื้อก่อนรถไฟฟ้าเปิด ยิ่งถูก เพราะคุณจ่าย "ราคาของความเสี่ยงที่ต่ำกว่า"
ในโลกประกันชีวิต "ความเสี่ยง" คือโอกาสที่ผู้เอาประกันจะเสียชีวิต — และเด็กอายุน้อยมีความเสี่ยงต่ำที่สุด
นี่คือเหตุผลที่ตระกูลใหญ่ซื้อประกันให้ "หลาน" ด้วย — หลังจากที่พวกเขาคุ้มครองตัวเองแล้ว
ไม่เชื่อใช่ไหมครับ? ว่าอายุที่ต่างกันทำให้ต้นทุนเปลี่ยนไปได้ขนาดไหน?
ลองคำนวณ "ค่าปรับของเวลา" (Late Entry Penalty) ของครอบครัวคุณด้วยเครื่องมือนี้ครับ:
[TOOL:DYNASTY_SIM]
🏰 หลักประกันที่ดูแลครอบครัวได้ถึง 79 ปี
ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ (Whole Life) ไม่ใช่แค่ "จ่ายเงินเมื่อตาย" — แต่มันทำหน้าที่เสมือน "กองทุนครอบครัว" ในรูปแบบกรมธรรม์ที่ยืดหยุ่นได้ตลอดชีวิต
📊 ระยะเวลากองทุน ขึ้นอยู่กับอายุเริ่มต้น
| เริ่มต้นที่อายุ | คุ้มครองถึง | ปีที่ชำระเบี้ย | ปีที่กองทุนทำงาน (ปลอดเบี้ย) |
|---|---|---|---|
| 15 วัน | 99 ปี | 20 ปี | ~79 ปี |
| 1 ปี | 99 ปี | 20 ปี | 78 ปี |
| 5 ปี | 99 ปี | 20 ปี | 74 ปี |
| 10 ปี | 99 ปี | 20 ปี | 69 ปี |
| 20 ปี | 99 ปี | 20 ปี | 59 ปี |
สูตร: ระยะเวลากองทุนทำงาน = 99 - อายุเริ่มต้น - 20
ข้อสังเกตสำคัญ: บางบริษัทประกันรับทำประกันให้เด็กได้ตั้งแต่อายุ 15 วัน ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถเริ่มต้น Dynasty Strategy ได้ตั้งแต่หลานแรกเกิด — และได้ระยะเวลากองทุนยาวนานที่สุดถึง 79 ปี
🎬 3 สถานการณ์การใช้กองทุน
สถานการณ์ที่ 1: หลานอายุ 25 ปี — ใช้ทุนเพื่อเริ่มต้นชีวิต
หลานของคุณอายุ 25 ปี ต้องการเงินลงทุนเปิดธุรกิจหรือดาวน์บ้าน
ทางเลือก: การกู้มูลค่าเงินสด (Policy Loan)
- ใช้ มูลค่าเวนคืน (Surrender Value) ที่สะสมมา 20 ปี เป็นหลักประกัน
- ได้เงินสดทันที ไม่ต้องผ่านธนาคาร
- ทุนประกัน 100 ล้านยังคงคุ้มครองอยู่
- มูลค่าเวนคืนยังคงสะสมต่อ (หักดอกเบี้ยเงินกู้ตามสัญญา)
ผลลัพธ์: หลานได้ใช้เงิน โดยไม่ต้องยกเลิกกรมธรรม์
สถานการณ์ที่ 2: หลานอายุ 50 ปี — ส่งต่อให้รุ่นถัดไป
หลานของคุณอายุ 50 ปี มีลูกของตัวเอง (เหลนของคุณ)
ทางเลือก: เปลี่ยนผู้รับประโยชน์ (Beneficiary)
- เปลี่ยนผู้รับประโยชน์จาก "บุคคลเดิม" เป็น "เหลน"
- กรมธรรม์กลายเป็น "ทรัพย์สินส่งต่อ" ข้ามรุ่น
- ยังไม่ต้องเสียภาษี ยังไม่ต้องผ่านศาล
- ทุนประกัน 100 ล้านยังคงคุ้มครองต่อเนื่อง
สถานการณ์ที่ 3: หลานอายุ 99 ปี — สิ้นสุดสัญญา
หลานของคุณเสียชีวิต หรือกรมธรรม์ครบกำหนด
ผลลัพธ์:
- เงิน 100 ล้านบาท ส่งต่อให้ เหลน (รุ่นที่ 4) ที่ระบุเป็นผู้รับประโยชน์
- ปลอดภาษีเงินได้ ตามมาตรา 42(13) แห่งประมวลรัษฎากร[¹]
- ไม่ผ่านกระบวนการมรดก เพราะเป็นสิทธิตามสัญญา ไม่ใช่ทรัพย์มรดก[²]
- รับเงินภายใน 15-30 วันโดยประมาณ
⏭️ ทำไมตระกูลใหญ่ถึง "ข้ามรุ่น" — และข้ามได้ถึง 3 รุ่น
นี่คือความลับที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง:
เส้นทางปกติ (4 รุ่น):
รุ่นที่ 1 (ปู่) → รุ่นที่ 2 (พ่อ) → รุ่นที่ 3 (หลาน) → รุ่นที่ 4 (เหลน)
ทุกครั้งที่ทรัพย์สินถูกส่งต่อ จะมี "ค่าผ่านทาง":
- ค่าธรรมเนียมการโอน 2-3%
- ภาษีมรดก 5-10% (ส่วนที่เกิน 100 ล้านบาท)[³]
- เวลารอ 6-18 เดือน
- ความเสี่ยงจากข้อพิพาทในครอบครัว
ถ้าทรัพย์สิน 200 ล้านบาท ผ่าน 3 รุ่น (ปกติ):
| ครั้งที่ | จาก → ถึง | ค่าใช้จ่าย | คงเหลือ |
|---|---|---|---|
| 1 | ปู่ → พ่อ | ~10-15M | ~185-190M |
| 2 | พ่อ → หลาน | ~10-15M | ~170-180M |
| 3 | หลาน → เหลน | ~10-15M | ~155-170M |
| รวม | ~30-45M | ~155-170M |
หายไป 30-45 ล้านบาท — แค่ค่าผ่านทาง
เส้นทาง Dynasty (ข้ามรุ่น):
รุ่นที่ 1 (ปู่) → [ซื้อประกันให้หลาน] → รุ่นที่ 3 (หลาน) → รุ่นที่ 4 (เหลน)
- ข้ามรุ่นที่ 2 (พ่อ) ในแง่ภาระค่าใช้จ่ายการโอน
- ภาระการจ่ายจบในรุ่นเดียว (20 ปี)
- เมื่อหลานเสียชีวิต → เหลนรับเงินปลอดภาษี ไม่ผ่านศาล
- ข้ามภาระค่าใช้จ่ายการโอนได้ถึง 3 รุ่น!
📊 เปรียบเทียบเส้นทาง
| เส้นทาง | จำนวนครั้งที่โอน | ค่าใช้จ่ายสะสม | ระยะเวลารวม |
|---|---|---|---|
| ปกติ (4 รุ่น) | 3 ครั้ง | 15-25% ของมูลค่า | 2-6 ปี |
| Dynasty | 1 ครั้ง (ผ่านประกัน) | เบี้ยที่จ่ายแล้ว | 15-30 วัน |
สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจ:
"คุณไม่ได้ 'ข้ามลูก' — คุณ 'ข้ามภาระค่าใช้จ่าย' ให้ลูก หลาน และเหลน"
ลูกของคุณยังได้รับมรดกส่วนอื่นตามปกติ แต่ ส่วนที่เป็นประกันชีวิต จะส่งตรงถึงรุ่นที่ 3 และ 4 โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการที่มีค่าใช้จ่าย
📜 ใครควรเป็น "เจ้าของ" กรมธรรม์?
ผม (เนิร์ดกับนาถ) มักถูกถามว่า: "ถ้าซื้อประกันให้หลาน ใครควรเป็นเจ้าของกรมธรรม์?"
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 863 ปู่/ย่า ถือว่ามี "ส่วนได้เสีย" (Insurable Interest) ในชีวิตของหลาน จึงสามารถเป็นเจ้าของกรมธรรม์ได้โดยชอบธรรม[⁴]
📊 เปรียบเทียบ 2 โครงสร้างหลัก
| โครงสร้าง | ข้อดี | ข้อเสีย |
|---|---|---|
| ปู่เป็นเจ้าของ | ควบคุมได้เต็มที่, เอกสารง่าย (ผู้จ่าย = เจ้าของ) | ถ้าปู่อายุมาก/สุขภาพไม่ดี อาจไม่สะดวก |
| พ่อเป็นเจ้าของ | พ่อจัดการสะดวก, เหมาะถ้าปู่อายุมาก | ต้องทำเอกสาร "ชำระเบี้ยโดยบุคคลที่ 3" |
ข้อสรุป: ไม่มีคำตอบที่ "ถูกกว่า" — เลือกตามความสะดวกของครอบครัว
ข้อควรทราบ:
- หากหลานยังไม่บรรลุนิติภาวะ (อายุต่ำกว่า 20 ปี) พ่อหรือแม่ต้องเซ็นยินยอม ในใบคำขอเอาประกันภัยด้วย
- เบี้ยประกันที่จ่ายให้หลาน ไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ ไม่ว่าจะเป็นปู่หรือพ่อเป็นผู้จ่าย
คำแนะนำสำหรับหลานอายุน้อย:
ขั้นที่ 1: เริ่มต้น └── ปู่/ย่า หรือ พ่อ/แม่ เป็นเจ้าของกรมธรรม์ + ชำระเบี้ย └── (พ่อ/แม่ต้องเซ็นยินยอมในฐานะผู้ปกครอง) ขั้นที่ 2: เมื่อหลานบรรลุนิติภาวะ (อายุ 20 ปี) └── พิจารณาโอนความเป็นเจ้าของให้หลาน └── หลานรับผิดชอบกรมธรรม์ต่อ (ถ้ายังมีเบี้ยค้าง) ขั้นที่ 3: ตลอดชีวิต └── หลานกำหนดผู้รับประโยชน์ (เช่น เหลน) ตามความเหมาะสม
🛡️ ทำไม FATHER FIRST ถึงสำคัญกว่า Payor Benefit
หลายคนถามว่า: "ถ้าปู่เสียชีวิตก่อนจ่ายเบี้ยครบ ใครจะจ่ายต่อ?"
คำตอบ: ถ้าคุณทำตามลำดับที่ถูกต้อง ปัญหานี้จะไม่เกิด
ปู่มีประกันชีวิต 100-200M (ขั้นที่ 1)
↓
ปู่เสียชีวิต
↓
พ่อได้รับเงิน 100-200M (ปลอดภาษี, 15-30 วัน)
↓
พ่อจ่ายเบี้ยหลานต่อได้สบายๆ (~1-2M/ปี)
นี่คือเหตุผลที่ผมย้ำว่า:
"Dynasty ไม่มีความหมาย ถ้า King ยังไม่ปลอดภัย"
ถ้าปู่มีความคุ้มครองตัวเองอยู่แล้ว เงินสินไหมของปู่จะกลายเป็น "กองทุนชำระเบี้ย" ให้หลานโดยอัตโนมัติ — ไม่ต้องพึ่งสัญญาเพิ่มเติมใดๆ
⚠️ Dynasty ไม่ใช่สำหรับทุกคน
ผมต้องพูดตรงๆ ครับ:
Dynasty Strategy ไม่เหมาะสำหรับทุกครอบครัว
🚩 สัญญาณเตือน — อย่าทำ Dynasty ถ้า:
1. คุณยังไม่มีความคุ้มครองตัวเอง
FATHER ต้องมาก่อน DYNASTY เสมอ
ถามตัวเองว่า: "ถ้าผมจากไปพรุ่งนี้ ครอบครัวจะรอดไหม?"
ถ้าคำตอบคือ "ไม่แน่ใจ" — หยุด กลับไปทำขั้นที่ 1 ก่อน
2. คุณมีปัญหาสภาพคล่องระยะสั้น
เบี้ย 1-2 ล้านบาท/ปี x 20 ปี = ภาระผูกพันระยะยาว (Long-term Commitment)
ถ้าหยุดจ่าย กรมธรรม์อาจขาดอายุ และเงินที่จ่ายไปแล้วอาจสูญเปล่า
3. ความสัมพันธ์ในครอบครัวไม่มั่นคง
Dynasty ต้องการความไว้วางใจข้ามรุ่น
ถ้ามีข้อพิพาทระหว่างลูกกับหลาน — Dynasty อาจสร้างปัญหาเพิ่ม
4. หลานยังไม่เกิด
รอให้หลานเกิดก่อน — บางบริษัทรับทำประกันได้ตั้งแต่อายุ 15 วัน
คำถามที่ต้องถามตัวเอง:
"ถ้าผมต้องเลือกระหว่าง 'ปกป้องตัวเอง 100 ล้าน' กับ 'สร้าง Dynasty 100 ล้าน' — ผมเลือกอะไร?"
คำตอบที่ถูกต้องคือ: ปกป้องตัวเองก่อนเสมอ
Dynasty คือ ของแถม สำหรับคนที่มีความมั่นคงแล้ว — ไม่ใช่สิ่งที่ต้องทำก่อนปกป้องตัวเอง
🎯 ขั้นตอนถัดไป
เกณฑ์ตรวจสอบ: คุณพร้อมสำหรับ Dynasty หรือยัง?
✅ มีความคุ้มครองตัวเองแล้ว (ขั้นที่ 1) ✅ ลูกมีความคุ้มครองแล้ว (ขั้นที่ 2) — หรืออย่างน้อยมีแผน ✅ มีสภาพคล่องจ่ายเบี้ย 20 ปี โดยไม่กระทบชีวิตประจำวัน ✅ ครอบครัวมีความสัมพันธ์ที่ดี ไว้วางใจกันได้ ✅ มีหลาน (ยิ่งอายุน้อย เบี้ยยิ่งถูก — เริ่มได้ตั้งแต่อายุ 15 วัน) → ถ้าผ่านทั้ง 5 ข้อ: Dynasty Strategy อาจเหมาะสำหรับคุณ → ถ้าไม่ผ่านข้อใดข้อหนึ่ง: รอก่อน หรือโฟกัสที่ขั้นก่อนหน้า
ถ้าพร้อมแล้ว — ทำ 4 ขั้นตอนนี้:
1. คำนวณ
- เปรียบเทียบเบี้ยระหว่างซื้อให้ตัวเอง vs ซื้อให้หลาน
- ดูว่า "ส่วนต่าง" คุ้มค่ากับเป้าหมายหรือไม่
2. วางแผนโครงสร้าง
- ใครเป็นเจ้าของกรมธรรม์?
- ใครจ่ายเบี้ย?
- ใครเป็นผู้รับประโยชน์ในแต่ละช่วง?
3. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
- ทนายความด้านมรดก (โครงสร้างกฎหมาย)
- ตัวแทนที่มีใบอนุญาต (ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม)
4. ตัดสินใจ
- ด้วยข้อมูลครบถ้วน ไม่ใช่ด้วยอารมณ์
- อย่าเร่งรีบ แต่อย่ารอจนหลานโตเกินไป (เบี้ยจะแพงขึ้นทุกปี)
📋 สรุป: Dynasty Strategy ในหนึ่งหน้า
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| หลักการ | ซื้อประกันให้หลาน (อายุน้อย) เพิ่มเติมจากที่คุ้มครองตัวเองแล้ว |
| ข้อดี | เบี้ยถูกกว่า 2-4 เท่า, ข้ามภาระค่าใช้จ่ายได้ถึง 3 รุ่น |
| ระยะเวลา | ดูแลยาวนาน 69-79 ปี (ขึ้นอยู่กับอายุเริ่มต้น) |
| ความยืดหยุ่น | กู้มูลค่าเงินสดได้, เปลี่ยนผู้รับประโยชน์ได้, ส่งต่อถึงรุ่นที่ 4 ได้ |
| ข้อจำกัด | ต้องมีความคุ้มครองตัวเองก่อน, ต้องมีสภาพคล่องระยะยาว |
| เหมาะสำหรับ | ครอบครัวที่ผ่านขั้นที่ 1-2 แล้ว + มีความสัมพันธ์ที่ดี + มีหลาน |
📊 เปรียบเทียบ: Part 1 vs Part 2
| เกณฑ์ | Part 1: Father First | Part 2: Dynasty Strategy |
|---|---|---|
| Priority | ⭐⭐⭐⭐⭐ (สูงสุด) | ⭐⭐⭐⭐ (รอง) |
| เหมาะสำหรับ | เจ้าของกิจการทุกคน | เจ้าของกิจการที่มีความคุ้มครองแล้ว |
| ผู้เอาประกัน | ตัวคุณเอง (40-60 ปี) | หลาน (15 วัน - 20 ปี) |
| ต้นทุน 20 ปี (ทุน 100M) | ~50-70 ล้านบาท | ~23-36 ล้านบาท |
| Benefit หลัก | ปกป้องครอบครัวทันที | ส่งต่อข้ามรุ่น ประหยัดต้นทุน |
| ระยะเวลาคุ้มครอง | ตลอดชีวิตของคุณ | ถึง 4 รุ่น (สูงสุด 79 ปี) |
| ความยืดหยุ่น | กู้ได้ทันที, สภาพคล่องฉุกเฉิน | กู้ได้, เปลี่ยนผู้รับประโยชน์ได้ |
คำถามสำคัญ:
- ❓ ผ่าน Part 1 แล้วหรือยัง? → ถ้ายัง → กลับไปทำ Part 1 ก่อน
- ❓ มีสภาพคล่อง 20 ปี? → ถ้าไม่แน่ใจ → รอก่อน
- ❓ มีหลานอายุน้อย? → ถ้ามี → Dynasty อาจเหมาะ
ถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้แล้วคิดว่า "ทำไมต้องยุ่งยากขนาดนี้? ให้ลูกหลานจัดการเองก็ได้"
— Dynasty ไม่ใช่สำหรับคุณ และนั่นก็ไม่เป็นไร
แต่ถ้าคุณคิดว่า "นี่คือสิ่งที่ตระกูลผมต้องการ — ผมอยากสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้คนรุ่นหลัง ถึงรุ่นเหลน"
— เรามีเรื่องคุยกันครับ
Dynasty ไม่ใช่เรื่องของเงิน
มันคือเรื่องของ มรดกทางความคิด (Legacy of Intention) — การตัดสินใจวันนี้ที่จะส่งผลดีต่อคนที่คุณรัก อีก 79 ปีข้างหน้า
📊 บทวิเคราะห์โดย: เนิร์ดกับนาถ (Nerd with Nart)
📚 อ้างอิงจาก:
[¹] ประมวลรัษฎากร มาตรา 42(13) — เงินได้ที่ได้รับยกเว้นภาษี (ค่าสินไหมทดแทนจากการประกันชีวิต)
[²] ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 897 ประกอบมาตรา 1600 — เงินประกันชีวิตไม่ตกทอดเป็นกองมรดก จ่ายตรงให้ผู้รับประโยชน์ที่ระบุชื่อ
[³] พ.ร.บ. ภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 — มรดกส่วนที่เกิน 100 ล้านบาท เสียภาษี 5% (ทายาทตรง) หรือ 10% (บุคคลอื่น)
[⁴] ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 863 — หลักส่วนได้เสีย (Insurable Interest) ปู่/ย่าถือเป็นบุพการีที่มีส่วนได้เสียในชีวิตของหลานโดยชอบธรรม
หมายเหตุ: ข้อมูลนี้เพื่อการศึกษาเท่านั้น ตัวเลขเบี้ยประกันเป็นประมาณการเพื่อการเปรียบเทียบ อัตราจริงขึ้นอยู่กับบริษัท อายุ เพศ สุขภาพ และเงื่อนไขของแต่ละกรมธรรม์ ควรขอใบเสนอราคาจริงจากบริษัทประกันก่อนตัดสินใจ
#เนิร์ดกับนาถ #DynastyStrategy #WealthTransfer #ส่งมอบความมั่งคั่ง #ประกันชีวิต #มรดกข้ามรุ่น #4Generations
End of transmission.
Return to Archive